10 ชายหาดในยุโรปที่คุณต้องไปก่อนซัมเมอร์จะจบลง

This post is also available in: English Español Português Français 繁體中文

จากหินกรวดรอบๆ Brighton Pier และเวิ้งน้ำ Welsh ไปจนถึงเกาะ Greek Islands และหาดทรายในสเปน ที่ไม่เคยหลับไหล นับว่าเดือนกันยายนเป็นเดือนที่หาดทรายรอให้เราไปชื่นชมอย่างแท้จริง

ไม่ว่าชายหาดเหล่านี้จะเป็นหาดสำหรับกลุ่มเพศทางเลือกหรือหาดห่างไกลสำหรับช่วงเวลาโรแมนติกกับคู่ของคุณเราก็ได้รวบรวมมาให้คุณได้เลือกไปไว้ที่นี่แล้ว

และนี่คือ 10 ชายหาดที่ดีที่สุดในยุโรปให้คุณได้ไปเที่ยวในช่วงซัมเมอร์:

 

1. Cala Balmins / Playa de la Balmins เมือง Sitges ประเทศสเปน

เมืองแห่งเกย์ Sitges เป็นเมืองที่อยู่ทางทิศใต้เมืองบาร์เซโลนาไป 40 นาทีที่มีทุกอย่างที่คุณต้องการจากการเที่ยวชายหาดในฤดูร้อน: ความโรแมนติก ถนนก้อนกรวด ร้านช๊อปปิ้งแบบบูทีค และชีวิตกลางคืนที่มีสีสันพร้อมกับชายหาดทรายสีทองแห่งทะเลเมดิเตอเรเนียนห่างไปไม่กี่ร้อยเมตร

และเพชรเม็ดงามในมงกุฏแห่งเมือง Sitges ก็คงจะเป็นชายหาด Cala Balmins / Playa de la Balmins ด้วยหาดที่เต็มไปด้วยก้อนกรวดสวยงามและบาร์ราคาไม่แพง — พร้อมกับงาน Sitges Bear Week — ที่จะมีชายหนุ่มขนปุยที่มาเล่นน้ำให้คุณได้ชมกันจนตาแฉะไปเลยทีเดียว

https://www.instagram.com/p/BZBwNohA3cX/?taken-at=946385192 https://www.instagram.com/p/BY2rWVkD1Wa/?taken-at=946385192

2. Strandbad Wannsee เบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน

ใช่แล้ว เมืองเบอร์ลินที่ไม่ได้เป้นที่รู้จักเพราะชายฝั่งทะเล (เพราะไม่ติดทะเลเลยสักนิดเดียว) กลับมีชายหาดทะเลสาบเกย์ที่สวยงามให้เราได้แวะไป

อาจจะเป็นการเดินทางที่ลำบากสักเล็กน้อย แต่ก็คุ้มค่าเมื่อคุณไปถึงชายหาดพร้อมกับทรายที่นำเข้าจากทะเลบอลติกและรายล้อมไปด้วยต้นสนจำนวนมาก และอย่าลืมไปยังโซนหาดเปลือยทางด้านเหนือด้วยล่ะ

Ich habe einen neuen Lieblingsplatz in der Welt: #StrandbadWannsee #Wannsee #Berlin

A post shared by Toronto, Canada (@_stephen_g) on

#berlin #beach #wannsee

A post shared by Cyril Leuthy (@k.y.rill) on

3. Maspalomas แกรนด์ คะนาเรีย หมู่เกาะคะแนรี

หมู่เกาะคะแนรีในฝั่งแอฟริกาตะวันตกนั้นเป็นพื้นที่ของประเทศสเปนที่มีฟ้าใสตลอดทั้งปี เป็นที่หลบหนีความหนาวเหน็บจากทวีปยุโรปได้เป็นอย่างดี

ถ้าหากคุณเดินตามแนวชายหาดมายังหอประภาคารจนถึงร้าน Bar 7 คุณก็จะอยู่ในโซนเกย์ของชายหาดนี้ และถ้าหากอยากจะเร้าใจอีกหน่อยก็เดินเลยเนินทรายขึ้นไปและคุณจะพบกับจุดเหมาะสำหรับการมาถึง

และยังจะมีมีงาน Winter Pride Maspalomas ในวันที่ 6-12 พฤจิกายนนี้อีกด้วย

4. Super Paradise Beach มิโคนอส ประเทศกรีซ

จัดว่าเป็นที่เที่ยวสำหรับเกย์ที่ฮิตที่สุดในกรีซ คุณสามารถไปยังชายหาด Super Paradise Beach ได้โดยรถเมล์พื้นเมืองหรือแท๊กซี่น้ำก็ได้ ซึ่งในฤดูท่องเที่ยวนั้นเวิ้งแห่งนี้ก็จะเป็นที่แห่งความสุขได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

ซึ่งค่าใช้จ่ายที่นี่ก็จะแพงพอสมควรทั่วทั้งเกาะ และอาจจะน้อยลงในช่วงที่ไม่ใช่ฤดูท่องเที่ยว และคุณก็จะมีที่ให้พักผ่อนมากขึ้นด้วย และถ้ามาในช่วงตุลาคมแล้วละก็ คุณก็อาจจะมีทั้งเกาะเป็นของคุณเลยก็ได้

Waiting for the sunset in Myk☀️? Swimwear: @wapo_wear

A post shared by Matteo (@teosa89) on

Pinky beach #love #life #friends #mykonos #jackieobeach #jackieobeach

A post shared by Gerwyn (@gerwyn11) on

5. Rhosilli, The Gower ประเทศเวลส์

บนพื้นที่สุดขอบเขตแห่งความสวยงามประจำชาติที่รู้จักกันในชื่อ The Gower ชายหาด Rhosilli นั้นมักจะได้รับการโหวตให้เป็นหนึ่งในสิบชายหาดที่ดีที่สุดในโลกอยู่บ่อยครั้ง และอย่าลืมไปถ่ายรูปกับเจ้า Worm’s Head หรือแนวหินที่คู่ควรกับทุกอาณาจักรใน Game of Thrones

การจะมาที่นี่คุณอาจจะต้องขับรถจาก Cardiff เมืองหลวงของเวลส์ เป็นระยะเวลาราว 2 ชั่วโมง ซึ่งจะเต็มไปด้วยกลิ่นไอแห่งเกย์อย่างเต็มเปี่ยมและคุ้มค่ากับการเดินทางไปอีกด้วย แถมหนุ่มๆเมืองเวลส์ยังเป็นแฟนที่ดีอีกด้วย

6. Mar Bella Beach เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน

Mar Bella chiringuito (แปลว่า ‘บาร์ของทานเล่น’) แห่งบาร์เซโลนาอาจจะเป็นอะไรที่สุดเหวี่ยงที่สุดในช่วงเทศกาล Matinee Circuit Festival ที่หนุ่มๆจากทั่วโลกจะมาดื่ม เต้น และจีบกันเป็นระยะเวลายาวถึง 2 สัปดาห์เต็ม

และในช่วงเวลาที่เหลือระหว่างปี ชายหาด Mar Bella Beach นั้นก็ยังเป็นสถานที่ให้กับสังคมเกย์ประจำประเทศนี้ ซึ่งจะเป็นที่พักผ่อนให้คุณได้จิบเบียร์อย่างสบายใจในช่วงสุดสัปดาห์ และถ้าคุณมีงบจำกัด คุณก็สามารถนำขนมและเครื่องดื่มมาเองและนอนเล่นบนชายหาดก็ได้

A post shared by isgabriel (@isgabriel) on

7. Brighton Beach / Brighton Pier ไบร์ทตัน ประเทศอังกฤษ

คุณจะไม่ได้เห็นทรายที่นี่แม้แต่น้อย เพราะชายหาดแห่งนี้เป็นชายหาดหินกรวด แต่คุณจะพบกับเสียงหัวเราะและมิตรชาวอังกฤษทั้งหญิงและชายที่พร้อมจะดื่มเบียร์หรือชาร้อนๆเป็นเพื่อนคุณ (ก็แล้วแต่สภาพอากาศในขณะนั้น)

และถ้าฝนไม่ตกหนักแล้วละก็ คุณก็จะสามารถเดินชมงานบนสะพาน Brighton Pier ในระหว่างที่รอนัดเจอเพื่อนเพื่อไปเที่ยวผับต่อก็ได้

#brightonbeach #brighton #brightsun #brightonpride #brightonuk #brightonlife

A post shared by Wilby Jones (@wilbyos) on

#throwback to #Brightonpride ??

A post shared by Alex Cook (@alstarrrr) on

8. Diamond Beach เมืองโจกุลซาลอน ประเทศไอซ์แลนด์

ไอซ์แลนด์ถือเป็นหนึ่งในประเทศในยุโรปที่เป็นมิตรต่อนักท่องเที่ยวเกย์ที่สุดแห่งหนึ่ง และด้วยทัศนียภาพที่สวยงามทั่วประเทศ ไอซ์แลนด์ยังเป็นแหล่งหยุดพักเมื่อเวลาคุณบินไปหรือกลับจากทวีปอเมริกาเหนืออีกด้วย

ไม่ว่าคุณจะอยู่ในเมืองหลวงโปสการ์ดอย่าง Reykjavik เพื่อเดินฉลองงานเดินขบวน Pride หรือจะแวะมาเพื่อโอกาสใดๆก็ตาม คุณก็ไม่ควรพลาดที่จะแวะไปชม Diamond Beach

ซึ่งชายหาดแห่งนี้จะอยู่ใกล้ลากูนน้ำแข็งในแถบทิศใต้ของประเทศ และคุณก็จะได้ใกล้ชิดกับน้ำแข็งที่ใสราวกับเพชรที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วพื้นที่

Diamond Beach sunrise ☀️❄️ #diamondbeach #sunrise #iceland #icelandtravel #glacierlagoon

A post shared by Ambria Hatcher? (@ambriahatcher) on

9. Beach 19 หรือชายหาด Costa Da Caparica เมืองลิสบอน ประเทศโปรตุเกส

นู้ดบีชเกย์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปนี้เป็นส่วนหนึ่งแห่งพื้นที่ธรรมชาติสงวนด้านรอบนอกของเมืองลิสบอน และชื่อ Beach 19 นั้นก็ได้มาจากจำนวนป้ายที่คุณจะต้องผ่านหากคุณเดินทางมายังชายหาดนี้ด้วยรถไฟ

ชายหาดนี้เป็นชายหาดเปลือย(บังคับโดยกฏหมาย) แต่คุณก็ยังสามารถใส่ชุดว่ายน้ำลงเล่นน้ำได้ และถ้าคุณกำลังจะไปงานดนตรี Eurovision song contest ในปีหน้าก็อย่าลืมแวะไปชมชายหาดนี้กันด้วย

Beach for daaaaaaays! A beautiful last day in Portugal! #gayboy #instagay

A post shared by Chris (@cluck48) on

#vintage #comboio #pordosol

A post shared by Eric Thevenot (@ericthevenot) on

10. G Beach เมือง Gallipoli ประเทศอิตาลี

Gallipoli ที่อยู่ในด้านทิศใต้ของประเทศอิตาลีนั้นค่อยๆเป็นที่นิยมมากขึ้นในกลุ่มนักท่องเที่ยวเกย์ และยังไม่ครอบงำโดยนักท่องเที่ยวอีกด้วย และถ้าคุณชอบหนุ่มๆอิตาลีแล้วละก็ คุณก็สามารถจะมาลองหาคู่ได้ที่นี่ได้อีกด้วย เพราะจะมีหนุ่มๆเกย์จากทั่วประเทศมาให้คุณได้พบเจอในสถานที่แห่งนี้

พื้นที่นี้ยังเป็นที่รู้จักในฐานะสถานที่ธรรมชาติสงวน “Punta della Suina” หรือที่รู้จักกันในชื่อ “Italian Ibiza” (อิตาเลียน อิปิซา) ซึ่งในส่วนนี้ของชายฝั่งก็จะมีอาหารอร่อยๆและผู้คนให้คุณได้ทำความรู้จักอีกมาก

#gallipoli2016 #gbeach #sunset #friendship ❤️

A post shared by Giuseppe De Tommaso (@gigiu_87) on