ชีวิตกลางคืนนั้นคือความปลอดภัยของเพศทางเลือกหลายคน แต่มันก็เต็มไปด้วยปัญหาเชื้อชาติและการกีดกัน

This post is also available in: English Español Português 繁體中文

เมื่อไม่นานมานี้ผมพบว่าตัวเองนั้นผัวพันอยู่กับโพสท์ที่เป็นพิษอันหนึ่งบนเฟสบุ๊ค ซึ่งมีเนื้อหาหลักๆเกี่ยวกับสิ่งที่เด็กหนุ่มผิวขาวคนหนึ่งได้เขียนไว้ ซึ่งมีข้อความโจมตีนักกีฬาฟุตบอลที่มีชื่อเสียงว่า”หากำไรจากชาวอเมริกันที่ทำงานหนัก” หรือกลุ่มคนผิวสีที่”โวยวายกับเรื่องการเหยียดผิว”แต่กลับ”รับการบริการฟรีๆจากรัฐ” (แต่เขานั้นมีเพื่อนที่เป็นชนกลุ่มน้อยเยอะมาก) และประโยคเด็ดของเขาก็คือ: “ผมภูมิใจที่ได้เกิดเป็นชาวอเมริกัน”

ผมเองได้เขียนเกี่ยวกับเรื่องประเทศนี้เป็นของใคร หรือ อะไรคือการเป็ยเกย์ และวิธีที่เราจะเผชิญกับปัญหาเหล่านี้ในยุคประธานาธิบดีอย่าง Trump และยุคที่ปัญหาเพศทางเลือกนั้นพบได้ทุกมุมโลก แต่ไม่ว่าผมจะเขียนเรื่องราวเหล่านี้มากแค่ไหน แต่ผมก็ไม่เคยจะรู้สึกว่าตัวเองนั้นพร้อมกับเรื่องคนผิวขาวที่เชื่อว่าตัวเองนั้นเหนือกว่าคนอื่นได้เลย

บางทีแล้วผมอาจจะไร้เดียงสาเกินไปกับการเชื่อว่าคนที่เป็นเกย์นั้นสมควรได้รับสิ่งที่ดีกว่านี้ หรือเชื่อว่าแค่การรู้ว่ากลุ่มเพศทางเลือกนั้นต้องต่อสู้เพื่อสิทธิพื้นฐานมาอย่างยากลำบากนั้นก็ควรจะมากพอให้คนกลุ่มอื่นๆนั้นเห็นว่าสิ่งที่เราทำนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ได้ขอมากเกินไปเลย

ผมใช้ชีวิตส่วนหนึ่งของผมไปกับชีวิตกลางคืน ซึ่งในช่วงปี 80 และ 90 นั้นอยู่ที่เมืองนิวยอร์คซิตี้และกำลังเต้นอยู่ในคลับอย่าง Limelight หรือ The World และตอนนี้ผมอยู่ที่เมืองลอส แองเจลิส ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องปาร์ตี้อย่าง A Club Called Rhonda หรือ Bears in Space และปาร์ตี้หลังปาร์ตี้ที่พบได้ทุกที่ และยังมีปาร์ตี้ในเมืองอื่นๆอีกอย่างเช่นเบอร์ลิน ลอนดอน ปารีส และโรม

ชีวิตกลางคืนนั้นเป็นเหมือนฉากหลังของตัวตนของผมเลยทีเดียว

และชีวิตกลางคืนนั้นก็ช่วยชีวิตผมไว้เช่นกัน ในช่วงปี 2013 ที่ผมพบว่าตัวเองนั้นมีเชื้อ HIV ผมก็รอดมาได้จากการอยู่ในความมืดแห่งโลกกลางคืน ทั้งดนตรี แสงสี และผู้คนมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเกย์ เป็นแบบทั่วไป จะแปลงเพศแล้ว หรือจะเป็นตุ๊ด จะเด็กหรือแก่ ทุกคนก็มาอยู่รวมกันและสร้างช่วงเวลาที่เพอร์เฟ็กต์ในชีวิตที่เราทุกคนจะได้รับการยอมรับในสิ่งที่เราเป็น ซึ่งเป็นอะไรที่ผต้องการในการเยียวยาและยอมรับสิ่งที่ผมเป็นกับชีวิตที่มีเชื้อเอดส์

และในตอนนี้ปี 2017 ที่มีปัญหากับการเป็นคนกลุ่มน้อยและการปกครองจากรัฐบาลที่ไม่ให้เกียรติกลุ่มเพศทางเลือก เราก็ยังมีชีวิตกลางคืนที่เป็นที่ให้เราได้รู้สึกว่าเรายังสามารถเป็นตัวเราอย่างแท้จริงได้

แต่มันก็ไม่ได้เพอร์เฟ็กต์ไปทั้งหมดหรอก ถูกไหม ไม่ว่าจะการที่เกย์ด้วยกันนั้นพยายามทำร้ายกัน ไปจนถึงการตีตราอีกฝ่ายด้วยความรสนิยมทางเพศของพวกเขา (ไม่ว่าจะทั้งรุก รับ เก้ง และต่างๆนาๆ) และยังใช้เชื้อชาติและสถานะทางสังคมเพื่อกดคนอื่นๆ ทั้งเรื่องการเหยียดสีผิว ความกลัวกลุ่มเพศทางเลือก ความกลัวกลุ่มคนแปลงเพศ ล้วนแล้วแต่ยังเป็นด้านลบที่แข็งแกร่งในชุมชนของเรา

แต่ผมก็มองเห็นความหวัง เช่นความไม่ย่อท้อและการรวมเป็นหนึ่งของชุมชนของเรา เพราะมีแค่ช่วงเวลาที่เรายืนหยัดอยู่ด้วยกันเท่านั้นที่จะทำให้เราต่อสู้กับการโจมตีพวกเราได้

ผมเลยตัดสินใจพูดคุยกับดีเจที่คอยปกป้องความหลากหลายให้กับชีวิตกลางคืนยังคงอยู่ได้จนถึงตอนนี้

lgbt nightlife chris bowen
Chris Bowen

ผมได้คุยกับ Chris Bowen ดีเจในเอลเอและผู้โปรโมทงานปาร์ตี้อย่าง Bears in Space หรือ Cub Scout และงานเลี้ยงหลังปาร์ตี้และปาร์ตี้ใต้ดินอีกมากมาย ซึ่งเราได้พูดถึงความคิดที่ว่าชีวิตกลางคืนนั้นเป็นที่แห่งความปลอดภัยให้กับชุมชนเพศทางเลือก

“ชีวิตกลางคืนนั้นปลอดภัยกว่าอย่างอื่นพอสมควร แต่ในชุมชนของเราเองนั้นก็ยังมีความแตกต่างที่คนผิวสีหรือกลุ่มแปลงเพศยังคงรู้สึกว่าไม่ได้รับการยอมรับอย่างเพียงพอ” เขากล่าว “ผมคิดว่าปาร์ตี้หลายแห่งในแอลเอนั้นทำได้ดีกับการสร้างพื้นที่ที่ปลอดภัยและมีความอดทนต่อความหลากหลายเหล่านี้”

Bowen ยังได้พูดถึงการเห็นอกเห็นใจ การพยายามเข้าใจถึงที่มาที่ไปของอีกคนหนึ่ง ซึ่งการเข้าใจความรู้สึกของพวกเขานั้นถือเป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้เราก้าวไปข้างหน้าในฐานะชุมชนเดียวกันได้

ผมหยุดคิดไม่ได้เมื่อเห็นการโจมตีของ Trump ต่อกลุ่มเพศทางเลือกในหลายที่ในโลกว่าสิ่งที่จะปกป้องเราได้นั้นก็คือการรวมกันเป็นหนึ่ง ยอมรับความแตกต่างของกันและกัน และเฉลิมฉลองความแตกต่างเหล่านั้นด้วยกัน การพยายามแบ่งพวกเราย่อยๆออกเป็นหลายๆประเภทและจัดงานปาร์ตี้ให้กับคนกลุ่มเดียวกันในขณะที่กีดกันคนประเภทอื่นๆนั้นฟังดูขัดแย้งกับสิ่งที่ควรจะเป็น หรืออาจจะบ่อนทำลายความสัมพันธ์ด้วยซ้ำ

lgbt nightlife DJs Tama Sumo and Lakuti
ดีเจ Lakuti และ Tama Sumo

ดีใจในเมืองเบอร์ลินอย่าง Lakuti และ Tama Sumo ก็ได้พูดถึงความหลากหลายและความปลอดภัยในชีวิตกลางคืนเช่นกัน

“เรามีการโปรโมทปาร์ตี้ของเราบ้างเป็นครั้งคราว ซึ่งส่วนหนึ่งของสิ่งที่ขับเคลื่อนให้เราทำก็คือความต้องการที่จะสร้างโลกที่เราต้องการให้มีอยู่ภายนอก” พวกเธอบอก “การไม่มีเส้นแบ่งนั่นหมายถึงการที่มีทั้งผู้หญิง ผู้ชาย เกย์ เลสเบี้ยน คนแปลงเพศ คนไร้เพศ คนผิวสี คนแก่ คนหนุ่ม และคนที่มีพื้นเพทางสังคมที่แตกต่างกันมาอยู่ร่วมกัน และอาจจะมากกว่านั้นอีกด้วย”

การไม่พยายามปิดบังนั้น”เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมาก” พวกเธอกล่าว “ไม่ใช่แค่บนลานเต้นเท่านั้นแต่ยังรวมถึงหลังบู้ทดีเจอีกด้วย เราทั้งสองคนนั้นเป็นเลสเบี้ยนวัยกลางคน ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องปกตินักถ้าพูดถึงการเป็นดีเจ เราคนนึงเป็นชาวแอฟฟริกาใต้ผิวสี และอีกคนนั้นเป็นชาวเยอรมันผิวขาว มันเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องแสดงให้เห็นถึงความสามารถที่หลากหลายในชุมชนของเรา”

ความคิดในการสร้างโลกที่เราอยู่ให้กลายเป็นอะไรที่เราใฝ่ฝัน อะไรที่วิเศษ ถือเป็นความคิดที่มีพลังเป็นอย่างมาก แทนที่เราจะให้การเหยีดเชื้อชาติ ความกลัวต่อพวกเรามาแบ่งแยกพวกเรา เราก็สามารถสร้างความอดทนและการยอมรับกันและกันให้กับชุมชนของเราได้ ซึ่งชีวิตกลางคืนนั้นเป็นที่ที่เราสามารถเป็นตัวของเราได้อย่างเปิดเผยโดยที่ไม่ต้องกลัวการตัดสินหรือการอคติใดๆ

เมื่อเรามองออกไปยังโลกภายนอกชุมชนกลุ่มเพศทางเลือก อย่างเช่นการโหวตในประเทศเยอรมันของกลุ่มอนุรักษนิยม หรือความรุนแรงในเชชเนีย หรือการขับเคลื่อนของรัฐบาลฝั่งขวาในโปแลนด์และฝรั่งเศส หรือการปกครองประเทศสหรัฐของ Trump มันก็เป็นเรื่องยากที่จะรู้สึกถึงความหวังได้ ราวกับว่าคงไม่มีทางที่เราจะใช้ชีวิตอย่างมีความหมายได้ในขณะเดียวกันก็พยายามต่อสู้เพื่อสิ่งที่ดีขึ้น

Derek Marshall นักโปรโมทงานปาร์ตี้ในแอลเลและผู้อำนวยการสื่อสารของแคมเปญ Pat Harris ก็เป็นคนหนึ่งที่กำลังต่อสู้เพื่อสร้างความหลากหลายที่ปลอดภัยให้กับชาวเพศทางเลือกได้ปาร์ตี้กัน และเขายังใช้พื้นที่เหล่านั้นสร้างการเปลี่ยนแปลงในโลกภายนอกอีกด้วย

“ความสัมพันธ์และความคิดของผมต่อชีวิตกลางคืนนั้นเกี่ยวข้องกับมุมมองของชุมชนที่มาอยู่รวมกันและรู้สึกเป็นปกติท่ามกลางความแปลกด้วยกัน” เขากล่าว งานชุดอีเว้นท์ล่าสุดที่เขาพึ่งจัดไปนั้นชื่อว่า Let’s Party Like You Give a Fuck ซึ่งมีเป้าหมายในการหาจิตกรและสถานที่จัดงานที่มีความต้องการที่จะบริจาคเพื่อ”การเคลื่อนไหว”ด้วยบริการของตัวเอง

“ชีวิตกลางคืนทั่วไปนั้นเฉลี่ยแล้วสามารถทำเงินได้ราว สามแสนไปจนถึงหนึ่งล้านห้าแสนบาท และอาจจะมากกว่านั้นในบางครั้ง” เขาบอก “ซึ่งเป็นจำนวนที่ไม่น้อยสำหรับองค์กรที่ต่อสู้กับปัญหาอย่างเช่นผู้อพยพ หรือสร้างความตระหนักถึงปัญหาใหม่ๆอย่างค้นหาวิธีการรักษาคุณภาพดินเป็นต้น”

ท่ามกลางความมืดและสิ่งที่เรากำลังเผชิญอยู่ทุกวันนี้ทำให้ผมอดเชื่อว่ามีความหวังอยู่ในโลกนี้ไม่ได้ มันมีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา และเป็นการเคลื่อนไหวของกลุ่มที่ไม่ใช่อนุรักษนิยม ด้วยคนที่เคยแปลกนั้นค่อยๆก้าวออกมาจากเงาที่พวกเขาเคยอยู่ เราไม่รู้สึกว่าเราต้องซ่อนตัวในความมืดอีกต่อไป และเราก็เริ่มต้นที่จะเรียกร้องที่จะได้รับการรับฟัง

อนุรักษนิยมอย่าง Trump หรือประเทศเยอรมันนี หรือการที่ทหารทำการยิงกลุ่มผิวสีในประเทศสหรัฐทำให้เกิดการต่อต้านของกลุ่มเสรีนิยมมากขึ้น มันไม่ใช่เรื่องที่ดีอีกต่อไปกับการนั่งอยู่ข้างทางและมองโลกให้มอดไหม้ เราต้องยืนหยัดและต่อสู้กลับไป และต้องทำด้วยเสียงที่ดังก้องและด้วยความสาวเท่าที่จะสาวได้ และเพราะว่าเราไม่มีที่ให้ซ่อนอีกต่อไป เราจึงต้องเริ่มต้นที่จะเป็นหนึ่งกันให้ได้

ดีเจ Ziúr ภาพจาก Lisanne Schulze

“ตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่น่าสนใจ” ดีเจ Ziúr ในเบอร์ลินกล่าว “มันมีการเพิ่มขึ้นของกลุ่มอนุรักษนิยม และในขณะเดียวกันก็เกิดการมองไปข้างหน้าในเรื่องของเพศ วัย และเรื่องอื่นๆมากขึ้น ราวกับว่าเกิดสภาพแวดล้อมที่กลุ่มที่เคยถูกขับไล่พบพื้นที่ที่พวกเขาสามารถเป็นหนึ่งได้ และคลับก็ยังเป็นเหมือนลูกโป่งที่ทุกคนสามารถเข้ามาเป็นตัวของตัวเองและลืมโลกภายนอกได้ ซึ่งนับว่าเป็นสิ่งที่ให้อิสระและให้พลังอย่างมาก”

“แต่มันก็ไม่ใช่โลกเล็กๆที่ไร้ที่ติไปซะทีเดียว” เธอกล่าว “มันก็มีบางช่วงเวลาที่เราได้พบเห็นความเกลียดชังผู้หญิง หรือการเหยีดเชื้อชาติโดยรวม ฉันหวังว่าเราจะสามารถไปถึงจุดที่เราไม่ต้องต่อสู้กันเองและสามารถยืนหยัดต่อผู้กดขี่รายใหญ่ได้ แต่มันมีหลายขั้นบันใดเล็กๆที่เราทุกคนต้องค่อยๆก้าวขึ้นไป เราจะมีอิสระที่แท้จริงได้ก็ต่อเมื่อเราเห็นและเข้าใจความแตกต่างของคนอื่นและเห็นความสำคัญของความแตกต่างเหล่านั้น”

ทั้งการทำลายโครงสร้างภายในชุมชนของเรา การพยายามเข้าถึงคนที่อยู่สุดขอบของชุมชนของเรา การมองผ่านความแตกต่างและยอมรับในความแปลกของคนอื่น และการปฏิเสธความ”ปกติ” นั้นเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมาก สิ่งที่มีน้ำหนักที่สุดที่เราจะทำได้ก็คือการทำโลกที่เราอยากจะอยู่ให้เป็นจริง ที่ที่เราทุกคนนั้นถูกมองว่ามีคุณค่าในตัวเอง

lgbt nightlife Hanno Hinkelbein
Hanno Hinkelbein

“ช่วงแรกที่ผมนั้นออกไปเที่ยวในช่วงยุคปี 90 คุณจะออกไปเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของคำคืน และคุณก็จะได้รับความรู้สึกปลอดภัยและความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกันเป็นการตอบแทน” ดีเจจากเมืองลอนดอนและเบอร์ลิน Hanno Hinkelbein กล่าว “ซึ่งในทุกวันนี้ก็ยังเป็นเหมือนเดิม ถ้าคุณพร้อมที่จะทำอะไรสักอย่างมากกว่าการแค่ยืนมองเฉยๆ ถ้าคุณดูแลค่ำคืนได้ดี ค่ำคืนนั้นก็จะดูแลคุณเช่นกัน ยิ่งคุณทำให้เป็นเรื่องของอัตตาเท่าไหร่ คุณก็จะโดดเดียวเท่านั้น”

lgbt nightlife dj mikeq
ดีเจ MikeQ

ดีเจ MikeQ ชายที่ปกป้องฉากแห่งการเต้นรำและวัฒนธรรมเพศทางเลือกมาเป็นเวลากว่า 10 ปี ได้พูดถึงประเด็นของการแบ่งแยกที่เราเจออยู่ทุกวันนี้ว่าไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร “สภาพแวดล้อมแบบนี้มีมาก่อนที่ Trump จะเข้ามาเป็นประธานาธิบดี” เขากล่าว “มันอาจจะไม่ได้ถูกพูดถึงนัก แต่มันก็มีอยู่จริง ซึ่งเรามีสามารถมาพบกันและเป็นครอบครัวเดียวกันได้ไม่ว่าจะมีปัญหาเหล่านี้หรือไม่”

และเขาได้พูดถึงความปลอดภัยในชีวิตกลางคืนว่า “เรานั้นเป็นมนุษย์ที่มีความรัก และเรามีเรื่องที่เราเหมือนกันมากกว่าเรื่องที่เราแตกต่างกันด้วยซ้ำ แล้วทำไมเราถึงไม่สนับสนุนกันล่ะ ชีวิตกลางคืนนั้นเหมือน’พื้นที่ไร้การตัดสิน’ที่ไม่สำคัญว่าคนอื่นจะมองเรายังไง ผมสามารถพูดได้อย่างมั่นใจเลยว่าชีวิตของผมนั้นเริ่มต้นเมื่อผมได้ค้นพบผู้คนของผม และมันเป็นเรื่องสำคัญที่มันจะต้องเป็นแบบนั้นต่อไปเพื่อที่คนที่ยังไม่ค้นพบคนของพวกเขาได้มีโอกาสเช่นเดียวกัน”

เราเป็นชุมชนที่มีความเข้มแข็งและสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ในโลกภายนอก และในโลกกลางคืนของเรานั้น อิสรภาพและความอดทนนั้นก็เติบโตขึ้น ซึ่งเป็นข้อยืนยันถึงความหวังในอนาคตของเราได้เป็นอย่างดี เราได้สร้างพื้นที่ที่อณุญาตให้ทุกคนมีอิสระและได้แสดงออกถึงตัวตนของตัวเองได้ในแบบที่ต้องการ และก็บ่อยครั้งที่บทสนทนาที่แท้จริงเกิดขึ้นในพื้นที่เหล่านี้

แต่เราจะต้องต่อสู้ให้กับพื้นที่ของเรา ให้เกียรติพื้นที่ของเรา และโอบกอดพื้นที่ของเรา

เราต้องเฉลิมฉลองให้กับอิสระและเฉลิมฉลองให้กัันและกัน

ภาพของ Alicia Fischmeister