ผู้รู้จาก Hornet จะมาอธิบายทุกอย่างที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับ bitcoin

This post is also available in: English Español Português Français Русский 繁體中文 Українська 日本語 한국어

มีการพูดถึงเรื่อง bitcoin เป็นอย่างมากในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา นักลงทุนต่างๆเริ่มพูดถึงการค้าขายลงทุนด้วยเงินดิจิตอลในอนาคต ซึ่งสำหรับคนทั่วไปอย่างเรานั้นมันก็เป็นเรื่องที่ดี — แต่จริงๆแล้ว bitcoin คืออะไร เราจะหา bitcoin ได้จากไหน เราใช้ bitcoin ล้างรถได้หรือไม่ คำตอบสำหรับการล้างรถคือ”ไม่ได้” แต่เราหวังว่าผู้รู้ของเราจะช่วยตอบอีกสองคำถามให้กับคุณ

 

bitcoin คืออะไร

อย่างที่เราบอกว่า bitcoin นั้นคือเงินตราดิจิตอล — แต่มันอาจจะไม่ได้อธิบายอะไรมากนัก จริงๆแล้วเงินตราดิิจิดอลคือเงินที่แทนที่จะมีการควบคุมดูแลโดยผู้มีอำนาจ — อย่างเช่นเงินดอลล่าร์สหรัฐที่มีการดูแลและควบคุมโดยกรมการคลัง — เปลี่ยนมาเป็นการดูแลโดยผู้แลกเปลี่ยนด้วยกันเอง ซึ่งการแลกเปลี่ยนเหล่านั้นจะถูกเข้ารหัสและถูกบันทึกไว้ในบัญชีสาธารณะที่เรียกว่า blockchain (บล๊อคเชน)

หมายความว่าถ้า Alice นำเงิน 1 bitcoin ไปให้กับ Bob การถ่ายโอนของเงินก็จะถูกบันทึกไว้บน blockchain และเมื่อการดำเนินการถูกบันทึกไว้บน blockchain แล้ว บันทึกนั้นก็จะถูกส่งไปทั่วเครือข่าย bitcoin ทำให้ระบบ bitcoin สามารถบอกได้ว่า bitcoin จำนวนนั้นเป็นของ Bob และทำให้ Alice ไม่สามารถใช้จ่ายซ้ำเมื่อมอบให้กับ Bob ไปแล้วได้ และเนื่องจากเงินดิจิตอลนั้นไม่ใช่เงินที่สามารถเห็นได้ในลักษณะทางกายภาพ เมื่อ Alice ให้เงินกับ Bob ไปแล้ว การยืนยันดังกล่าวก็จะช่วยยืนยันว่านาย Bob มีเงินที่สามารถใช้แลกเปลี่ยนได้จริงๆ

ระบบดังกล่าวยังช่วยให้ bitcoin นั้นปลอดภัยจากการถูกแฮ็คได้อีกด้วย เช่นเมื่อมีใครพยายามแก้ข้อมูลบน blockchain และทำให้ดูเหมือนว่า Alice ยังไม่ได้ให้เงินกับ Bob แต่การบันทึกการให้เงินนั้นถูกเก็บไว้ในหลายๆที่ เมื่อนำข้อมูลทั้งหมดมาเปรียบเทียบกันก็จะทำให้รู้ได้ว่าข้อมูลดังกล่าวนั้นไม่ตรงกับความจริงและเป็นของปลอม รวมถึงจะทำการแก้ไขให้ถูกต้องในทันทีอีกด้วย

นอกจากนั้น ทุกการบันทึกที่มีถูกเพิ่มเข้าไปยัง blockchain จะมีผลกับข้อมูลที่ถูกบันทึกหลังจากเหตุการณ์นั้นๆ ฉะนั้นถ้าหากว่าแฮ็คเกอร์ต้องการจะแก้ไขข้อมูลบางส่วน พวกเขาจะต้องแก้ไขข้อมูลทั้งหมดหลังจากนั้นให้เหมือนกันด้วย

 

Bitcoin และ “ระบบเงินตราแบบเฟียต”

สิ่งหนึ่งที่ถูกพูดถึงเมื่อมีการพูดถึง bitcoin ก็คือ “ระบบเงินตราแบบเฟียต” ฉะนั้นเรามาเริ่มกันที่ระบบเงินตราแบบ”ปกติ”กันก่อน ในช่วงก่อนหน้าปี 1971 ระบบเงินตราดอลล่าร์สหรัฐนั้นมีฐานมาจากทองคำที่ถูกเก็บรักษาไว้ที่การคลังสหรัญอเมริกา ซึ่งทำให้คุณสามารถนำเงินไปแลกทองคำตามปริมาณเงินกับรัฐบาลสหรัฐได้ถ้าหากคุณต้องการ

จนในปี 1971 ประธานาธิบดี Nixon ได้ทำการแยกระบบเงินตราดอลล่าร์สหรัฐกับทองคำ ทำให้เงินนั้นไม่ใช่ตัวแทนทองคำโดยตรง(หมายถึงมูลค่าของเงินไม่ได้ขึ้นตรงกับทองคำอีกต่ไป) และเปลี่ยนเป็นระบบเงินตราแบบเฟียต ระบบเงินตราแบบเฟียตนั้นมีผลให้เงินดอลล่าร์ที่แม้ว่าจะเป็นเพียงแค่กระดาษที่ไม่มีมูลค่าในตัวเอง แต่เงินดอลล่าร์ดังกล่าวสามารถใช้ในการแลกเปลี่ยนได้ตามอัตรามูลค่าที่รัฐบาลระบุ

Bitcoin นั้นไม่ถือเป็นเงินตราตามระบบเฟียต เพราะแม้ว่า bitcoin จะไม่ได้เป็นตัวแทนของทองคำ แต่มันเป็นตัวแทนของการทำงาน เดี๋ยวนะ มันหมายความว่ายังไงกันแน่

 

คุณจะหา bitcoin ได้จากไหน

อย่างที่เราบอกด้านบนว่า bitcoin นั้นอาจจะไม่ใช่ตัวแทนของสิ่งมีค่าอย่างทองคำ แต่มูลค่าของ bitcoin นั้นเป็นเหมือน”ตัวยืนยันการทำงาน” ซึ่ง”การทำงาน”ที่ว่านั้นก็คือการขุด bitcoin ที่เราได้ยินกันนั่นเอง การขุด bitcoin นั้นก็จะคล้ายคลึงกับการที่เราต้องใช้คนในการขุดทองคำมาจากพื้นดิน แต่เพียงแค่เปลี่ยนเป็นการขุดเพื่อหาตัวเลขแทนนั่นเอง

โดยพื้นฐานนั้น ผู้ขุดทั้งหลายมีหน้าที่ในการหาชุดตัวเลขที่สามารถนำไปใช้เป็นกุญแจที่สามารถใช้เข้ารหัสได้ ด้วยระบบการเข้ารหัสในปัจจุบันทำให้การตรวจสอบว่าชุดเลขเหล่านั้นสามารถใช้เป็นกุญแจได้หรือไม่เป็นเรื่องง่าย แต่การหาชุดตัวเลขเหล่านั้นกลับไม่ง่ายเลย

ผู้ขุดทั้งหลายจะใช้ระบบการขุดของตัวเอง — ซึ่งปกติแล้วจะเป็นคอมพิวเตอร์ที่ถูกทำขึ้นเพื่อการขุดโดยเฉพาะ เพราะการขุดหา bitcoin นั้นเป็นเรื่องที่ใช้พลังงานในการประมวลผลสูงมาก — และเมื่อพวกเขาพบชุดตัวเลขที่สามารถใช้เป็นกุญแจได้ พวกเขาก็จะได้รับเหรียญ bitcoin เป็นรางวัล

ด้วยระบบเงินตราแบบเฟียต ทำให้ไม่มีอะไรที่จะหยุดรัฐบาลจากการพิมพ์เงินเพิ่มตามอิสระได้ และแน่นอนว่าการทำเช่นนั้นก็จะทำให้มูลค่าของเงินตราเสียสมดุลไปด้วย อย่างที่เราเห็นการเฟ้อของเงินตราบ่อยครั้ง แต่เมื่อเงินตราเหล่านั้นไม่ได้ถูกผูกมัดกับทองคำที่มีในครอบครอง ทำให้รัฐบาลไม่ต้องกังวลว่าทองคำที่พวกเขามีจะหมดไป และการพิมพิ์เงินนั้นก็สามารถทำได้อย่างไม่มีขีดจำกัด

แต่ด้วยระบบของ bitcoin ทำให้จำนวน bitcoin นั้นจะมีจำกัดอยู่ที่ 21 ล้านเหรียญ นั่นหมายความว่าเมื่อ bitcoin ถูก”ขุดพบ”มากขึ้น การขุดพบในอนาคตย่อมยากขึ้นตามไปด้วย

คุณจะใช้ bitcoin ได้อย่างไร

เหมือนกับเงินตราทุกเงินตราบนโลก พวกมันจะมีมูลค่าก็ต่อเมื่อคนอื่นยอมรับว่ามันมีมูลค่าเช่นกัน ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมคุณจึงไม่สามารถคิดสร้างเงินตราขึ้นมาใช้ได้อย่างอิสระ คุณสามารถตัดสินใจได้ว่า BobbyBux มีมูลค่า 50 ดอลล่าร์สหรัฐต่อเหรียญ แต่ถ้าหากว่าคุณไม่สามารถโน้มน้าวให้บริษัทต่างๆยอมให้คุณจ่ายเงินด้วย BobbyBux มันก็ไม่สำคัญว่าคุณจะมี BobbyBux สักพันล้านเหรียญ เพราะคุณไม่สามารถใช้มันแลกเปลี่ยนกับผู้อื่นได้

แต่ bitcoin นั้นมีผู้ต้องการซื้อจำนวนมาก เงิน bitcoin ของคุณจะถูกเก็บไว้ใน”กระเป๋าสตางค์” ซึ่งเป็นโปรแกรมที่จะต้องเข้ารหัสเพื่อเข้าสู่ระบบเครือข่าย bitcoin อย่างหนึ่งที่คุณต้องระวังก็คือระบบ”กระเป๋าสตางค์”ดังกล่าวไม่มีผู้ที่ดูแลโดยเฉพาะ ถ้าหากว่าคุณทำรหัสของคุณหาย คุณก็จะสูญเสียทุกสิ่งที่อยู่ในกระเป๋าสตางค์ของคุณ และมันไม่สามารถถูกกู้คืนได้อีกด้วย คุณไม่สามารถถามรหัสจากคนอื่นได้ และไม่มีวิธีในการรีเซ็ทรหัสถ้าคุณทำหายอีกด้วย

แต่คุณสามารถใช้บริการช่วยเก็บข้อมูลได้ และเมื่อคุณทำรหัสของคุณหาย พวกเขาก็สามารถช่วยได้เช่นกัน แต่การบริการดังกล่าวนั้นเป็นการบริการอิสระที่ไม่มีการควบคุมจากหรือดูแลจากฝ่ายใด ทำให้คุณต้องเชื่อใจพวกเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และบางครั้งมันก็อาจจะไม่ได้ออกมาดีอย่างที่คุณคิด — เช่นในปี 2011 ระบบความปลอดภัยของ MtGox ถูกเจาะได้สำเร็จ ซึ่งในเวลานั้นพวกเขาเป็นผู้ดูแลการแลกเปลี่ยน bitcoin ที่ใหญ่ที่สุด และทำให้ลูกค้าของ MtGox สูญเสีย bitcoin ไปมากกว่า 750,000 เหรียญ ซึ่งยังไม่รวมถึงกว่า 100,000 เหรียญที่ MtGox เป็นเจ้าของเองอีกด้วย

“กระเป๋าสตางค์”ของคุณนั้นจะมีรหัสประจำกระเป๋าอยู่ ดังนั้นเมื่อคุณต้องการจะซื้ออะไรสักอย่างโดยใช้ bitcoin คุณก็สามารถขอเลขประจำกระเป๋าของคนที่คุณจะซื้อของและใช้ซอฟท์แวร์เฉพาะในการส่งเงินให้เขาได้

ฉะนั้นในกรณี Alice และ BoB ของเรา สมมติว่าเลขของกระเป๋า Alice คือ 1234 และ Bob เป็นเลข 5678 ดังนั้น Alice จะใช้ซอฟท์แวร์ในการส่งเงินจาก 1234 ไปยัง 5678 เป็นจำนวน 1 เหรียญ ทำให้ข้อมูลเงินที่ถูกบันทึกบนกระเป๋าของ Bob มีเงินมากขึ้น 1 เหรียญ (รหัสประจำกระเป๋านั้นของจริงจะยาวและซับซ้อนกว่านี้มาก) และเมื่อ Bob ได้รับเงินตามที่เขาต้องการ เขาก็สามารถส่งของที่ Alice ซื้อไปให้กับเธอได้

 

bitcoin มีีมูลค่าเท่าไหร่

คำถามนี้เป็นคำถามที่ตอบยาก เพราะมูลค่าของ bitcoin นั้นไม่ค่อยจะมั่นคงนัก การใช้ bitcoin ในการแลกเปลี่ยนเป็นครั้งแรกในโลกคือการจ่าย 10,000 bitcoin สำหรับพิซซ่า Papa John สองถาด แต่ในปัจจุบัน มูลค่าของ bitcoin นั้นเพิ่มขึ้นมาก ซึ่งตอนที่เราเขียนบทความนี้ มูลค่าของหนึ่งเหรียญ bitcoin อยู่ที่ $17,534.59 (ราว 5 แสนบาท) แต่เมื่อ 18 วันก่อน ในวันที่ 3 ธันวาคม มูลค่าต่อหนึ่งเหรียญนั้นอยู่ที่แค่ $11,377.52 (ราว 3 แสน 5 หมื่นบาท) เท่านั้น

ก่อนช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา มูลค่า bitcoin ต่อเหรียญนั้นจะอยู่ที่แค่ราวๆ $500 จนถึง $1000 ทำให้เรื่องการใช้ bitcoin เป็นเรื่องที่ซับซ้อนที่สุด — การตัดสินใจว่าจะใช้เงิน bitcoin ซื้อของหรือแลกเป็นเงินตอนนี้ หรือว่าจะเก็บไว้ในอนาคตเป็นเรื่องยาก เพราะมูลค่านั้นสามารถขึ้นลงได้ทุกๆเมื่อ

หลายคนบอกว่าความสนใจที่มีต่อ bitcoin ในปัจจุบันนั้นเป็นแค่ฟองอากาศ ที่เมื่อถึงจุดหนึ่งมันก็จะแตกออก ทำให้ราคาของ bitcoin นั้นลดลงอย่างหนัก แต่ปัญหาอย่างหนึ่งของฟองอากาศคือเราไม่สามารถบอกได้ว่ามันเป็นฟองอากาศจริงๆหรือไม่จนกระทั่งมันแตกออก จริงๆแล้วคำถามที่ว่า bitcoin นั้นเป็นเพียงแค่ฟองอากาศหรือไม่นั้นยังมีการโต้แย้งอยู่อย่างหนัก เพราะเรายังอยู่ในช่วงระหว่างกลางของเหตุการณ์นี้ ทำให้มันเป็นเรื่องที่ยืนยันไม่ได้ว่ามันจะแตกออกตอนไหน หรือว่ามันจะเริ่มมั่นคงในอนาคตก็ไม่สามารถบอกได้อย่างแน่นอน

ถ้าหาก bitcoin เริ่มมั่นคงแล้ว การจะบอกว่ามูลค่าของ bitcoin นั้นคือเท่าไหร่น่าจะบอกได้ง่ายขึ้น ซึ่งมันจะมีการเพิ่มขึ้นหรือลดลงตามธรรมชาติของเงินตราทั่วไป แต่เมื่อมูลค่าของมันปรับขึ้นลงในระดับที่ยอมรับได้ ไม่ใช่เพิ่มไปสองเท่าในหนึ่งเดือนอย่างในตอนนี้ bitcoin ก็น่าจะมีประโยชน์และมีการใช้งานที่แพร่หลายอย่างแน่นอน

 

ควรจะลงทุนใน bitcoin ไหม

ถือเป็นโชคร้ายที่คุณจะต้องตอบคำถามนั้นด้วยตัวเอง แต่อย่าลืมที่จะกระจายความเสี่ยง และไม่ลงทุนในจำนวนที่มากกว่าที่คุณพร้อมจะเสียไปได้

 

ภาพของ pixelfit จาก iStock