เป็นเวลา 21 ปีตั้งแต่ที่ Ellen DeGeneres พูดในเหตุการณ์ Matthew Shepard (มีวีดีโอ)

เป็นเวลา 21 ปีตั้งแต่ที่ Ellen DeGeneres พูดในเหตุการณ์ Matthew Shepard (มีวีดีโอ)

Be first to like this.

This post is also available in: English Русский

Matthew Shepard เกย์หนุ่มนักศึกษาจากมหาวิทยาลัย University of Wyoming ถูกทำร้ายร่างกายอย่างทารุณจนเสียชีวิตลงเมื่อ 21 ปีก่อน สองวันหลังเหตุการณ์ผู้คนได้ออกมาเฝ้าระวังที่ศาลากลางสหรัฐที่รัฐวอร์ชิงตัน ดี.ซี.

ผู้มีชื่อเสียง สมาชิกรัฐสภา รวมถึงคนอื่นๆอีกนับพันได้ออกมารวมตัวเพื่อประณามเหตุการณ์การเสียชีวิตที่เกิดขึ้นและเรียกร้องให้มีการผ่านฏีกาต่อต้านความเกลียดยังโดยเร็วที่สุด

“เราจะต้องส่งสัญญาณออกไปให้ชัดเจนที่สุด ว่าอาชญากรรมประเภทนี้จะไม่ได้รับความอดทนในสหรัฐอเมริกา” ส.ว. Edward M. Kennedy บอกกับฝูงชนท่ามกลางแสงเทียน “อาชญากรรมความเกลียดชังคืออาชญากรรมที่ต่อต้านความเป็นประเทศนี้ และรัฐสภายังคงมีเวลาที่จะตอบสนองกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น”

Ellen DeGeneres เป็นหนึ่งในผู้พูดในการเฝ้าระวังของ Matthew Shepard

Ellen DeGeneres พูดกับผู้ที่ออกมาในคืนนั้นเช่นกัน เราเจอวีดีโอของการเฝ้าระวังบน YouTube แต่หากเลื่อนไปดูนาทีที่ 14:30 คุณจะได้ฟังคำพูดของ DeGeneres ที่ยังคงก้องดังแม้ในทุกวันนี้

“ฉันโมโหเป็นบ้าเลย” DeGeneres เริ่มต้นการพูดพร้อมน้ำตา “ฉันหยุดร้องไห้ไม่ได้”

“ฉันรู้ว่าทุกคนรู้สึกเหมือนๆกัน และฉันอยู่ตรงนี้ เขามีเพื่อนสนิทสองคนอยู่ตรงนี้ ฉันไม่รู้จักเขา และฉันรู้สึกเห็นแก่ตัวที่ไม่รู้” DeGeneres พูด “ฉันใจสลายจากสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะนี่คือสิ่งที่ฉันพยายามจะหยุดยั้ง นี่เป็นเหตุผลที่ฉันทำสิ่งที่ฉันทำในตอนนั้น”

เธอพูดถึงการเปิดเผยตัวตนทางเพศของเธอผ่านทางโทรทัศน์ DeGeneres บอกว่ากลุ่มคนที่ที่รู้สึกโมโหและไม่พอใจกับการกระทำของเธอในตอนนั้นกลับเป็นคนที่เงียบไม่พูดอะไรเกี่ยวกับการเสียชีวิตของ Shepard ในตอนนี้

“พวกคุณก็เห็นว่าพวกเขาออกมาโวยวายเมื่อพวกเขารู้ว่าเลสเบี้ยนคนหนึ่งจะอยู่บนหน้าจอทีวี” เธอบอก “แต่พออะไรแบบนี้เกิดขึ้น พวกเขาหายไปไหนกันหมด”

“โลกในวันนี้เป็นโลกที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังและความมืดมน” เธอพูดต่อ “Matthew Shepard ไม่ใช่คนแรกที่เป็นเหยื่อของความเกลียดชัง เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นทุกวัน ในปีนี้มีการร้องเรียนมากกว่า 2,500 ครั้ง และยังมีอีกมากที่ไม่ถูกรายงาน เพราะเกย์และเลสเบี้ยนยังคงอยู่ในเงามืดของความกลัวกับการเปิดเผยตัวตนของตัวเอง”

หลังจากนั้นเธอได้พูดถึงการแพร่ระบาดของการเหยียดเชื้อชาติและการเหยียดเพศทางเลือกในอเมริกา นอกจากนั้นเธอยังพูดถึงโบสถ์ศาสนาคริสต์ ที่ใช้ไบเบิลเป็นเหตุในการเกลียดชัง

“เมื่อชายสามคนลาก James Byrd Jr. ด้วยรถบรรทุกและฆ่าเขาเพียงเพราะว่าเขาเป็นคนผิวสี มันเป็นความรู้สึกเดียวกัน” DeGeneres บอก “ฉันไม่เห็นจะมีใครออกมาโฆษณาเต็มหน้าหนังสือพิมพ์ว่า ‘หยุดความเกลียดชัง หยุดความรุนแรง‘ พวกปีศาจร้ายไร้ความคิดที่เรียกตัวเองว่าคนรักพระเจ้าคือคนที่ใช้พระคัมภีร์มาอ้างเป็นเหตุผลในความเกลียดชัง ฉันมั่นใจว่าพวกเขาก็คิดว่าคนผิวขาวอยู่เหนือคนผิวดำ เพราะไบเบิลก็ถูกใช้เป็นเหตุผลในเรื่องทาสด้วย

“อับราฮัม ลินคอล์น เพียงคนเดียวสามารถปลดทาสได้ และก็มีคนจำนวนมากที่ไม่พอใจในการกระทำของเขา แต่เขารู้ว่าเขาทำในสิ่งที่ถูกต้อง” เธอบอก “ตอนที่ฮิตเลอร์ฆ่าชาวยิว ชาวคริสต์กลับเงียบ ไม่ทำอะไร มีเพียงชาวเยอรมันที่กล้าหาญไม่กี่คนที่ตัดสินใจช่วยชาวยิว และตอนนี้ การรักร่วมเพศกำลังตกเป็นเหยื่อของการเหยียดไม่กี่อย่างที่ยังหลงเหลืออยู่ ซึ่งมันเป็นเรื่องที่เลวร้ายที่สุด

คำพูดของเธอยังก้องดังในทุกวันนี้

DeGeneres จบการพูดของเธอด้วยการเรียกร้องให้คนรักต่างเพศฟังเสียงและช่วยเหลือเพศทางเลือกในการก้าวสู่เป้าหมายแห่งความเท่าเทียม

“ฉันขอร้องคนรักต่างเพศให้ใช้เหตุการณ์นี้เพื่อปลุกตัวเองและหยุดความเกลียดชัง” เธอบอก “ได้โปรดเลี้ยงลูกของคุณด้วยความรักและไม่ตัดสินพวกเขา บอกพวกเขาว่าทุกคนมีสิทธิ์ที่จะรักใครที่พวกเขาอยากจะรัก และนั่นไม่ควรจะทำให้พวกเขากลัว สอนให้พวกเขาเข้าใจว่าทำไมการเรียกใครว่า ‘ไอ้ตุ๊ด’ หรือ ‘ไอ้นิโกร’ ไม่ใช่เรื่องที่ดี เราไม่ควรจะต้องเปลี่ยนตัวเองเพราะความต้องการของใคร เงินหลายล้านที่กลุ่มคลั่งศาสนาใช้บนโฆษณาควรจะถูกใช้เพื่อแก้ปัญหาคนไร้บ้าน หรือแก้ปัญหาการทำร้ายร่างกายในครอบครัว

“Matthew Shepard ไม่ได้ทำร้ายใครทั้งนั้น” เธอพูดต่อ “เขาเป็นคนดี เขามีจิตวิญญาณที่สุภาพแต่กลับถูกทำร้ายจนตาย เขาอยู่ในมือของพระเจ้าแล้วตอนนี้ และฉันมั่นใจว่าพระองค์ก็เสียน้ำตาเช่นกัน ฉันรับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดทุกครั้งที่ฉันนึกถึงสิ่งที่เด็กพวกนั้นทำกับเขาเพราะเขาเป็นเกย์ นี่คือสงคราม และเราต้องการความช่วยเหลือของคุณ มองเข้าไปในหัวใจของคุณและเลือกข้างที่ถูกต้อง ข้างแห่งความรักและความเมตตา

Ellen คนนี้กำลังโมโห และเราคิดว่าตอนนี้เราก็ยังคงต้องการเธอคนนี้อยู่เหมือนกับ 21 ปีก่อน

Quantcast