โฆษณาสูทสำหรับผู้หญิงเหล่านี้กำลังเป็นไวรัลจากการใช้ผู้ชายเปลือยเป็นอุปกรณ์ประกอบฉาก

This post is also available in: English Español Português Français 繁體中文

แคมเปญโฆษณาของ Suistudio บริษัทตัดสูทสำหรับสตรีได้กลายเป็นโฆษณาไวรัลจากการใช้หนุ่มๆเป็นพื้นหลังถ่ายภาพ ซึ่งประโยคหลักของเคมเปญนี้ก็คือ: “Not Dressing Men (ไม่แต่งให้บุรุษ)” ซึ่งเป็นการสลับตำแหน่งที่ปกติการถ่ายภาพจะเป็นการให้ผู้ชายมีอำนาจและมีผู้หญิงเปลือยกายเป็นพื้นหลัง

ในภาพเหล่านี้ ผู้ชายทั้งหลายนั้นจะก้มหน้าและดูไม่ชัด และยังถูกตัดส่วนหนึ่งออกจากเฟรมของภาพ ทั้งยังดูเหมือนเป็นสิ่งของชิ้นหนึ่งของผู้หญิงเหล่านั้น ไม่ต่างไปจากผ้าห่มขนสัตว์หรือโซฟารอบๆตัวพวกเขา

การใช้ผู้ชายเปลือยกายในงานโฆษณานั้นก็ทำให้เกิดความสนใจในงานโฆษณาอย่างปฏิเสธไม่ได้ แต่ผู้หญิงเหล่านั้นก็จะยังดูจัดเจนและเป็นหลักของภาพทั้งหมด ซึ่งในเกือบทุกภาพนั้นพวกเธอจะมองมาที่กล้องราวกับกำลังพูดว่า “ฉันมีหนุ่มเปลือยกายในครอบครอง และฉันดูดีในชุดสูท จะมีอะไรมั๊ย”

ราคาชุดสูทของพวกเขานั้นจะมีตั้งแต่ราคา $600 ไปจนถึง $800 (ราว 19,000 บาทจนถึง 25,000 บาท) ทำให้สูทของพวกเขานั้นค่อนข้างจะเป็นสินค้าชั้นสูงพอสมควร แต่ถ้าผู้หญิงคนไหนที่มีเงินจ่ายให้หนุ่มๆถอดเสื้อผ้าบนเก้าอี้หนังได้ก็คงจะมีปัญญาซื้อสูทราคา 25,000 ได้แน่นอน

และนี่คือภาพถ่ายงานโฆษณาของ Suistudio พร้อมกับหนุ่มๆเปลือยกายทั้งหลาย:

เลานจ์อย่างมีสไตล์

Suistudio 02

พรมหนังแท้

Suistudio 03

แค่รูปปั้นอยู่เบื้องหลัง

Suistudio 04

“ฉันปกครองทุกยอย่าง”

Suistudio 05

ดูตุ้มหูคู่นั้นสิ

Suistudio 06

การได้เห็นภาพสตรีผิวสีกับงานโฆษณานั้นก็เป็นมิติใหม่ในการท้าทายอำนาจชนชั้นในอดีต ซึ่งคงไม่บ่อยนักที่เราจะได้เห็นผู้หญิงผิวสีเข้มยืนอย่างมีอำนาจข้างๆร่างกายของชายผิวขาว

บทความที่เกี่ยวข้อง| 5 กระเทยที่ปฏิวัติวงการแฟชั่น

แม้ว่าชุดสูทตัดนั้นจะถูกมองว่าเป็นเสื้อผ้าสำหรับบุรุษและมักจะมีให้เลือกเฉพาะขนาดของผู้ชายเท่านั้น แต่เราก็ค่อยๆเห็นการเปลี่ยนแปลงเครื่องแต่งกายสำหรับผู้ชายที่ถูกออกแบบมาให้ผู้หญิงมากขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อไม่กี่ปีก่อนหน้า นักออกแบบแฟชั่นกระเทยชื่อ Leon Wu ก็ได้ริเริ่มคอนเซ็ปท์ “andropometics” หรือวิธีการวัดที่ “มีพื้นฐานมาจากตัวตนและสไตล์ของกระเทย” ซึ่ง Wu นั้นใช้วิธีการวัดแบบ andropometics เพื่อตัดสูทสำหรับทุกคนไม่ว่าจะมีรูปร่างร่างกายหรือเพศใดก็ตามกับบริษัทของเขาที่ชื่อ Sharpe

ซึ่งการเคลื่อนไหวเพื่อรวมเพศให้เป็นหนึ่งนั้นก็ทำให้ห้างสรรพสินค้าบางแห่งนั้นกำจัดแผนกชายและหญิงออกไปพร้อมๆกันอีกด้วย