Quantcast
ผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันตัวเสนอ 5 วิธีที่จะช่วยในการรอดชีวิตจากการถูกทำร้ายร่างกาย คัดพิเศษโดยบรรณาธิการ

ผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันตัวเสนอ 5 วิธีที่จะช่วยในการรอดชีวิตจากการถูกทำร้ายร่างกาย

Written by Daniel Villarreal on April 12, 2018
Be first to like this.

This post is also available in: English Español Français Português

เหมือนกับว่าเราจะได้ยินเรื่องราวการทำร้ายร่างกายเพศทางเลือกแทบจะทุกสัปดาห์ ความคิดที่ว่าจะถูกโจมตีเป็นเรื่องที่น่ากลัว แต่ Carolyne Haycraft ประธานกรรมการของ EMERJ-SafeNow องค์กรที่ช่วยสอนเทคนิคการป้องกันตัวจากความรุนแรงบอกว่าคุณไม่จำเป็นต้องกังวลตลอดเวลาว่าจะถูกทำร้ายด้วยเทคนิคการป้องกันตัวที่ถูกต้อง

“มีการถกเถียงกันอย่างมากกว่าการป้องกันตัวนั้นเกิดจากความกลัวเป็นรากฐาน แต่นั้นไม่ใช่สิ่งที่เรากำลังจะทำ” Haycraft กลาว “เราอยากจะทำให้คุณรู้สึกว่าคุณมีความสามารถที่จะป้องกันตัวเองได้เวลาที่เดินอยู่คนเดียวนอกบ้าน”

ด้วยความร่วมมือกับ Aman Weaver เลสเบี้ยนที่เป็นผู้พัฒนาการเรียนที่ EMERJ-SafeNow เธอทั้งสองคนเป็นผู้ให้ความรู้และสอนการป้องกันตัวให้กับชาว LGBTQ เราจึงได้ขอคำแนะนำจากเธอกับการเลี่ยงหรือเอาตัวรอดจากสถานการณ์ที่ไม่ดีมาแบ่งปันกับคุณ

และนี่คือวิธีการป้องกันตัวที่เธอแนะนำ

1. มีแผนเรื่องความปลอดภัย

Haycraft แนะนำว่าคุณจะต้องบอกเพื่อนและครอบครัวให้รู้ว่าคุณกำลังจะไปไหนและไปกับใคร เป็นเพื่อนใหม่หรือไปเดท หารูปถ่ายและชื่อให้กับคนที่คุณรักก่อนที่จะออกไปพบพวกเขา

วางแผนการเดินทางล่วงหน้าว่าจะใช้เส้นทางไหนเพื่อให้คุณไปยังเป้าหมายได้ง่าย หาข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ที่คุณจะไปว่าเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยหรือไม่ มีธุรกิจในละแวกนั้นมากน้อยแค่ไหน หาความช่วยเหลือได้ง่ายหรือไม่ วิธีหนีที่ง่ายที่สุดจากสถานที่นั้น เป็นตัน

และถ้าหากว่าพื้นที่ที่คุณจะไปเป็นพื้นที่กลุ่มอนุรักษ์นิยม (เต็มไปด้วยคนที่มีอาการกลัวเพศทางเลือก) หรือเป็นพื้นที่ที่มีการทำร้ายร่างกายเกิดขึ้น เตรียมตัวให้มากเป็นพิเศษ มีสติกับสิ่งที่เกิดขึ้นรอบเสมอ การวางแผนล่วงหน้าเป็นวิธีการป้องกันล่วงหน้าที่ดีเสมอ

และหากเกิดปัญหาขึ้น Haycraft แนะนำให้เดินไปยังกลางถนนที่คุณจะมีพื้นที่ของตัวเองและมีแสงไฟให้คนมองเห็นคุณ เธอยังแนะนำให้เลี่ยงทางเปลี่ยวและที่ที่คุณสามารถถูกทำร้ายร่างกายได้ง่าย

 

gay bashing defense 04

2. ใช้สัญชาตญาณในการสังเกตภัยอันตราย พื้นที่ที่ปลอดภัย และคนที่น่าจะเป็นมิตร

เมื่อคุณย้ายตัวเองไปยังพื้นที่ใหม่ มองรอบๆเพื่อหาพื้นที่และคนที่คุณสามารถขอความช่วยเหลือได้หากเกิดปัญหาขึ้น มันอาจจะไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะหาคนที่เป็นมิตรกับ LGBTQ แต่จงเชื่อสัญชาตญาณของคุณและพยายามหาตัวเลือกไว้ให้กับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจใกล้เคียงหรือคนที่ดูเห็นอกเห็นใจผู้อื่น

Haycraft ยังบอกอีกว่าคุณสามารถหลบหนีเข้าไปยังร้านอาหารหรือบาร์ได้แม้ว่าคุณจะอายุไม่ถึงที่กฎหมายอณุญาตหากเกิดการทำร้ายร่างกายขึ้น หากคุณเดินเข้าไปยังธุรกิจใดก็ตามให้คุยกับพนักงานและบอกให้พวกเขารู้ถึงสถาณการณ์ที่เกิดขึ้น ขอให้พวกเขาโทรเรียกความช่วยเหลือหากจำเป็น

แม้ว่าความกลัวและสัญชาตญาณสามารถช่วยได้ในสถานการณ์คับขัน Haycraft ยังบอกอีกว่าการมีสติช่วยได้มากเช่นกัน เธอบอกว่าเราอยู่ในสภาพแวดล้อมที่คำพูดต่อต้านเพศทางเลือก เหยียดเพศหรือเชื้อชาติเป็นเรื่องปกติ แต่หากว่าเรารู้สึกว่าเรากำลังถูกคุกคาม จงเชื่อความรู้สึกของตัวเองและปรับตัวตามสถานการณ์

การควบคุมการหายใจเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยให้คุณมีสติได้ “เป็นเรื่องสำคัญที่เราต้องรู้ว่าเราสามารถควบคุมสมองส่วนที่จัดการเรื่องเหตุผลได้ด้วยการหายใจและใช้สมองส่วนความรู้สึก[ความกลัว]ให้น้อยลงได้เมื่อคุณอยู่ในสถานการณ์ที่อันตราย” Haycraft บอก

Weaver เน้นย้ำถึงการพูดเป็นบวกกับตัวเองเพื่อประครองสติไว้ในระหว่างสถานการณ์ที่ไม่ดี เธอเสนอคำพูดเช่น“ฉันจัดการเรื่องนี้ได้ ฉันยังโอเค” เพื่อป้องกันการอาการเสียขวัญ

gay bashing defense 03

3. สร้างระยะห่างและใช้เสียงของคุณเพื่อดึงดูดความสนใจและทำให้ผู้โจมตีสับสน

Haycraft บอกว่าผู้ชายหลายคนจะรู้สึกว่าความเป็นชายของตนถูกคุกคามและพวกเขาจะต้อง“แมนกับสถานการณ์”หรือต่อสู้กับคนที่มาโจมตี แต่การต่อสู้ควรจะเป็นวิธีสุดท้ายที่คุณเลือกเพราะมันสามารถทำให้เกิดปัญหาอื่นได้ อย่างเช่นว่าหากตำรวจมาพบว่าคุณกำลังคร่อมตัวอีกฝ่ายอยู่ พวกเขาอาจคิดว่าคุณคือผู้ทำร้ายร่างกายอีกฝ่าย

เธอแนะนำว่าคุณควรจะสร้างระยะห่างระหว่างคุณกับผู้โจมตี ตำรวจแนะนำระยะห่างที่ 25 ฟุตเป็นอย่างน้อย Haycraft แนะนำที่ 12 ฟุต

นอกจากนั้น Haycraft และ Weaver ยังแนะนำให้คุณฝึกซ้อมการตะโกนเสียงดังให้คนอื่นได้ยิน ผู้ชายบางคนกลัวว่าตัวเองจะฟังดูอ่อนแอหรือขี้ขลาดและไม่ชินกับการตะโกนหาความสนใจ Haycraft กล่าว เราจะต้องเรียนรู้ที่จะใช้เสียงให้เป็นประโยชน์กับตัวเอง

คุณสามารถที่จะตะโกนเพื่อให้คนรอบข้างรู้ว่าคุณไม่ต้องการที่จะต่อสู้ (“จะทำอะไรน่ะ อย่ามายุ่งกับผม หรือ ผมไม่อยากมีเรื่องกับคุณ”) คุณอาจจะเรียกหาคนอื่นเพื่อเป็นพยานให้กับคุณได้ (“นี่คุณที่ใส่เสื้อสีเขียวน่ะ คนนี้กำลังพยายามหาเรื่องผม ผมต้องการความช่วยเหลือ โทรเรียกตำรวจให้หน่อย”) คุณยังสามารถใช้เสียงของคุณเพื่อให้คนที่ทำร้ายคุณอยู่สงบสติลงหรือหาวิธีการต่อรองกับเขา (“อย่าทำร้ายผมเลย คุณต้องการอะไรจากผม ให้ผมทำอะไรก็ได้”)

คุณยังสามารถสร้าง“ความไม่ลงรอยของการรู้คิด”โดยการโกหกหรือพูดอะไรแปลกๆเพื่อเบี่ยงเบนหรือทำให้ผู้โจมตีเกิดอาการงง (“ช่วยด้วย เขากำลังพยายามจีบผม” หรือ “คุณพูดอะไรของคุณน่ะ ผมไม่ใช่เกย์นะ”) หากคนที่กำลังทำร้ายคุณเป็นคนที่กลัวเพศทางเลือก การทำให้พวกเขาดูเป็นผู้ร้ายอาจทำให้คุณมีช่วงเวลาในการหลบหนีได้

Haycraft ยังแนะนำให้คุณหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและบอกว่าคุณจะโทรหาตำรวจได้เช่นกันหากคุณสามารถทำเช่นนั้นได้อย่างปลอดภัย

gay bashing defense 02

4. ใช้“อาวุธตามสถานการณ์” เรียนรู้ถึงจุดอ่อนของร่างกายและท่าทางการป้องกันตัวที่ดี

อย่างที่เราบอกไปว่าการต่อสู้ควรจะเป็นวิธีสุดท้ายในการแก้ปัญหา ทางเลือกแรกควรจะเป็นการหลีกเลี่ยงการปะทะและออกจากสถานการณ์ดังกล่าว แต่หากว่าถึงจุดที่จำเป็นต้องต่อสู้ Haycraft บอกว่าให้คุณใช้อะไรก็ได้เพื่อปกป้องตัวเอง

“เสื้อกันหนาวของคุณก็ใช้เป็นอาวุธได้หากจำเป็น” Haycraft กล่าวเสริมว่าคุณสามารถโยนใส่คู่ต่อสู้เพื่อบังตาหรือใช้เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจได้เล็กน้อย หากในกระเป๋าของคุณมีหนังสือ คุณสามารถโยนหนังสือหรือใช้กระเป๋าเพื่อป้องกันตัวได้ นิ้ว มือ และข้อศอกก็สามารถนำมาใช้เป็นอาวุธได้เช่นกัน

บางคนเลือกที่จะพกอาวุธด้วยความกลัวแต่กลับใช้มันอย่างไม่ถูกต้องหรือโดนคู่ต่อสู้นำไปใช้เป็นอาวุธแทน อาวุธควรจะเป็นอะไรที่เข้าถึงง่าย เช่นไม่เอาไปกองไว้ที่ก้นกระเป๋า และคุณต้องเรียนรู้ที่จะใช้อาวุธอย่างถูกวิธี แต่ Haycraft และ Weaver เห็นตรงกันว่าทางเลือกที่จะพกอาวุธหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับตัวบุคคล

“หากคุณจะคว้ามีดออกมาสู้กับใครสักคน คุณต้องเตรียมตัวที่จะใช้มันและรู้วิธีที่จะใช้มันด้วย” Haycraft กล่าว

การรู้จุดอ่อนของร่างกายยังสามารถเป็นประโยชน์ได้เช่นกัน อวัยวะเพศ ดวงตา คอ จมูก และปลายเท้าเป็นจุดที่ง่ายและบอบบางต่อการโจมตี หากเขามองไม่เห็น หายใจไม่ออก หรือยืนไม่ได้ เขาก็จะเป็นภัยน้อยลง “หากว่าคุณรู้สึกว่าชีวิตของคุณอยู่ในอันตรายจริงๆ” Haycraft บอก “คุณก็ต้องต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด”

หากคุณจะต้องป้องกันตัวเอง พวกเขาแนะนำให้”ก้มและกัน”  ใช้มือปกป้องหน้าผาก ศอกชี้ลงพื้นข้างลำตัวและตั้งเข่าขึ้นเพื่อปกป้องอวัยวะภายในและอวัยวะอื่นๆที่อ่อนแอกว่า มองหาทางหนีและพูดเพื่อเจรจาหรือทำให้เขาหยุดอยู่ตลอดเวลา

Hayrcraft เสริมว่าคุณสามารถขยับสิ่งป้องกันขึ้นลงเพื่อปกป้องใบหน้าและลำตัวได้ การมีพื้นที่ให้เคลื่อนไหวได้เป็นความคิดที่ดี และการใช้ความรวดเร็วเพื่อหนีก็มีประโยชน์เช่นกัน

“หากคุณรู้สึกกลัว การเรียนรู้ศาสตร์ในการป้องกันตัวเป็นเรื่องสำคัญ เพราะมันจะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับคุณ” Haycraft บอก

5. ระมัดระวังตัวให้มากขึ้นหากมียาหรือแอลกอฮอลล์เข้ามาเกี่ยวข้อง

เนื่องจากเราสามารถพบเห็นแอลกอฮอลล์และยาต่างๆได้ทั่วไปและมันสามารถเพิ่มความรุนแรง รวมถึงลดการรับรู้ถึงสถานการณ์ต่างๆ Weaver แนะนำให้คุณพยายามให้มากขึ้นที่จะรับรู้สิ่งรอบข้างและคิดวางแผนล่วงหน้าเสมอ

พูดคุยกับเพื่อนก่อนและระหว่างกิจกรรมของคุณ พยายามทำให้มั่นใจว่าคุณรู้ถึงสถานะของตัวเอง รักษาระดับให้รู้สึกตัวและสภาพแวดล้อมอยู่เสมอเพื่อความปลอดภัยของคุณเอง

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม Haycraft แนะนำให้ติดตามเพจเฟสบุ๊ค EMERJ-SafeNow กลุ่ม Stop Street Harassment หนังสือของ Gavin De Becker ชื่อ The Gift of Fear: Survival Signals That Protect Us from Violence และหนังสือของ Martha Langelan เกี่ยวกับสถานการณ์จริงชื่อ Back Off! How To Confront And Stop Sexual Harassment And Harassers

คุณเคยตกอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องป้องกันตัวหรือไม่ บอกกับเราได้ที่คอมเมนท์ด้านล่าง

Read more stories by just signing up

or Download the App to read the latest stories

Already a member? Log in
ไทย
  • English
  • Français
  • Español
  • Português
  • 繁體中文