5 วิธีที่จะช่วยให้คุณมีความสัมพันธืที่ดีขึ้นกับโทรศัพท์ของคุณ

This post is also available in: English Español Português

หากคุณเป็นเหมือนคนอื่นๆก็เป็นไปได้ว่าคุณเป็นเจ้าของสมาร์ทโฟนสักเครื่อง และผมกล้าพนันเลยว่าคุณกำลังอ่านบนความนี้ด้วยมือถือของคุณใช่ไหม ผมรู้ได้ยังไงน่ะหรือ ไม่ใช่เพราะผมมีพลังวิเศษอะไรหรอก แต่เพราะงานวิจัยจาก Pew Research Center เผยว่าราว 77% ของชาวอเมริกันเป็นเจ้าของอุปกรณ์สมาร์ทอย่างน้อยหนึ่งอย่าง

แม้ว่าความนิยมในการใช้โทรศัพท์ไร้สายจะช่วยให้เราเข้าถึงกันได้ง่ายขึ้น แต่ก็มีการโต้แย้งว่าบางครั้งเราต้องการการเข้าถึงกันมากจนเกินไป และเมื่ออุปกรณ์เหล่านี้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเรามากขึ้นและแทบจะกลายเป็นสิ่งจำเป็น เรามีวิธีไหนบ้างไหมที่จะทำให้เกิดความสมดุลในการใช้งาน คำตอบก็คือมีแน่นอน แต่คุณจะต้องมีการวางขอบเขตที่ชัดเจน

นี่คือ 5 เทคนิคที่จะทำให้ความสัมพันธ์ของคุณกับมือถือดีขึ้นได้:

1. ตระหนักถึงการใช้งานของคุณเอง

ก้าวแรกของการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับมือถือก็คือการสร้างความตระหนักในการใช้งานของคุณ วิธีหนึ่งที่มีประสิทธิภาพก็คือการถามตัวเองว่า ฉันจำเป็นจะต้องเช็คมือถือตอนนี้จริงๆหรือ?

บางครั้งคำตอบอาจจะเป็น ใช่ จริงๆก็ได้ แต่บ่อยครั้งมันอาจไม่จำเป็นเลย ความจริงก็คือเราส่วนใหญ่มีอาการเสพติดมือถือเหมือนคนที่ติดโคเคน

และผมไม่ได้คิดอาการนั้นขึ้นมาเองด้วย เพราะงานวิจัยเมื่อไม่นานมานี้พบว่าเราหลายๆคนเกิดความต้องการมือถือในแบบที่คล้ายกับผู้ติดสารเสพติดต่างๆ ซึ่งทำให้เกิดอาการที่เรียกว่า phoneliness

ด้วยการรู้ว่าคุณมีการปฏิสัมพันธ์อย่างไรกับมือถือของคุณก็จะทำให้คุณสามารถสร้างขอบเขตที่ดีได้

smartphone group 2

2. ทำให้ห้องนอนเป็นห้องปลอดมือถือ

ห้องนอนของคุณ (โดยเฉพาะบนเตียง) ควรจะเป็นพื้นที่ศักสิทธิ์ที่มือถือของคุณจะทำให้พื้นที่นี้แปดเปื้อน

ลองนึกดูสักพักแล้วคุณจะรู้ว่ามันเป็นจริง เมื่อคุณนำมือถือของคุณมาไว้บนเตียงหรือในห้องนอน คุณกำลังอ้าแขนต้อนรับหัวหน้าของคุณ ญาติของคุณ เพื่อนของคุณ และเพื่อนที่ทำงานของคุณมาอยู่ในห้องนั้น คุณต้องการพวกเขาจริงๆหรือ

ห้องนอนของคุณควรจะเป็นพื้นที่สำหรับการพักผ่อนและเซ็กส์ ทำดีให้กับตัวเองโดยการเอามือถือไปไว้ในส่วนอื่นของบ้านดีกว่า

3. กำหนดช่วงเวลาในการใช้งาน

ข้อดีอย่างหนึ่งของสมาร์ทโฟนก็คือการที่เราสามารถติดต่อและมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นได้ แต่การทำเช่นนั้นโดยไมมีขอบเขตย่อมไม่เป็นผลดี

ผมกำลังพูดถึงเวลาที่เสียไปจากการเล่นโซเชียลมีเดียทั้งๆที่คุณสามารถทำอย่างอื่นได้อย่างเช่นการวางแผนการจ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆหรือล้างห้องน้ำ

ทางเลือกที่ดีทางหนึ่งก็คือการจัดสรรเวลาในการใช้งานมือถือให้กับตัวเอง อย่างเช่นการอณุญาตให้ตัวเองสามารถเล่นมือถือได้ตั้งแต่ช่วงหนึ่งทุ่มถึงสองทุ่ม และหลังจากนั้นก็ปิดมือถือทันที

4. ไม่เปิดมือถือในงานบางอย่าง

ทุกวันนี้การมีมือถือเมื่อออกนอกบ้านเป็นเรื่องที่ดี เพราะบางครั้งคุณก็สามาถช่วยเหลือคนอื่นหรือช่วยเหลือตัวเองได้ในกรณีฉุกเฉิน แต่เพียงเพราะแค่คุณมีมือถือติดตัวไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องเปิดมือถือด้วย ถูกต้องไหม

ปิดโทรศัพท์ของคุณเวลาที่คุณไปเดทหรือกำลังใช้เวลากับครอบครัว หรือในระหว่างกิจกรรมอื่นๆเช่นปีนเขาหรือไปเยี่ยมชมงานศิลปะเป็นต้น

5. ลองใช้การดีท็อกโซเชียลมีเดีย

โซเชียลมีเดียต่างๆอย่างเช่น Facebook หรือ Twitter อาจจะเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการพูดคุยและสื่อสารกับคนอื่นๆ คุณสามารถที่จะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในโลกนี้และอาจจะแบ่งปันเรื่องราวที่คุณสนใจ แต่คุณก็สามารถเสพติดสิ่งเหล่านี้ได้ และมันจะใช้เวลาของคุณมากทีเดียว

แทนที่จะทำอะไรที่เกินความจำเป็นอย่างเช่นการลบแอคเค้าท์โซเชียลมีเดียต่างๆ วิธีหนึ่งที่ฟังดูไม่เกินไปนักก็คือการดีท็อกโซเชียลมีเดีย

เพื่อบรรลุเป้าหมายนี้ คุณเพียงแค่จัดเวลาในการงดใช้โซเชียลมีเดียอย่างเช่น Facebook หรือ Instagram และอื่นๆ ซึ่งช่วงเวลาในการงดเล่นอาจจะขึ้นอยู่กับความต้องการของคุณเอง

ไม่ว่าคุณจะตัดสินใจยังไงก็ตาม การบอกให้คนอื่นรู้ว่าคุณอาจจะไม่สามารถติดต่อได้เป็นความคิดที่ดี เมื่อถึงเวลา คุณก็แค่ลบแอพออกจากมือถือเท่านั้น เพราะคุณสามารถนำมันกลับมาได้เสมอ

คุณล่ะมีวิธีไหนบ้างในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับมือถือของคุณ แบ่งปันกับเราได้ที่คอมเมนท์ด้านล่าง