Quantcast
พบกับ Pangina Heals พิธีกรร่วมรายการ ‘Drag Race Thailand’: ‘ผมกับ Michelle Visage มีข้อแตกต่างที่เห็นได้ชัดอยู่อย่างหนึ่ง’ คัดพิเศษโดยบรรณาธิการ

พบกับ Pangina Heals พิธีกรร่วมรายการ ‘Drag Race Thailand’: ‘ผมกับ Michelle Visage มีข้อแตกต่างที่เห็นได้ชัดอยู่อย่างหนึ่ง’

Written by Daniel Villarreal on January 25, 2018
Be first to like this.

This post is also available in: English Español Français Português Українська 繁體中文

ตอนนี้เป็นเวลาตี 3 ในประเทศไทย และ Pangina Heals พิธีกรร่วมดำเนินรายการที่ใกล้จะมาถึง Drag Race Thailand พึ่งจะจบวันของเธอ ทีแรกนั้นผมหวังว่าจะได้สัมภาษณ์เขาหน้ากล้องในชุดแดร็กแบบเต็ม แต่ยังไงเราก็ได้คุยกับเขาหลังจากที่งานแสดงของเขาจบลงหลังจากที่เขาล้างเครื่องสำอางและถอดเสื้ออยู่บนเตียงคุยกับเราผ่านเว็บแคม เขานั้นเป็นลูกครึ่งไทย-ไต้หวันที่ดูดีตลอดเวลาด้วยหน้าตาที่ยังหนุ่ม ตาสีน้ำตาลเข้มดวงโต พร้อมกับรอยสัก “Strive” ที่หน้าอกซ้ายของเขา และดูเหมือนว่าเขาจะมึนๆจากแอลกอฮอลล์เล็กน้อย

ผมขอให้เขาแนะนำตัวเอง

“ผมเป็นใครน่ะหรอ นี่เป็นคำถามที่ผมถามตัวเองทุกวันเลย” เขาพูด “ชื่อของผมคือ Pangina Heals”

และบทสนทนาของเราก็เริ่มพูดถึงความโด่งดังของรายการ RuPaul’s Drag Race ในประเทศไทยอย่างรวดเร็ว มันเป็นรายการที่เปลี่ยนชีวิตของใครหลายๆคน เขากล่าว รายการนี้ได้นำพาแดร็กให้มีบทบาทอย่างชัดเจนและได้ทำให้นักแสดงทั้งหลายอย่างเช่นผมได้แสดงศิลปะในตัวเองและมีบทบาทในระดับโลก

ในหลายๆที่บนโลกนี้ การแสดงแดร็กยังถูกมองว่าเป็นความผิดปกติอย่างหนึ่งที่เกิดจากความต้องการของผู้ชายที่อยากกลายเป็นผู้หญิง Pangina Heals กล่าว “แต่ตอนนี้ผู้คนเริ่มมีความเข้าใจมากขึ้นว่าแดร็กนั้นไม่ใช่เรื่องของเซ็กส์หรือเรื่องทางเพศ แต่มันคือการแสดงและการทำให้คนอื่นมีความสุข”

แต่ Pangina Heals ยืนยันว่าคนที่ชมการแสดง Drag Race นั้นไม่ได้สนใจว่าผู้แสดงจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง มันไม่ใช่เรื่องนั้น แต่มันเป็นเรื่องของเสียงหัวเราะและการเป็นคนที่เราอยากเป็น (หรืออะไรก็ได้ที่เราอยากเป็น) แค่นั้นเอง

Pangina Heals 32
Pangina Heals นอกการแสดง

เรายังได้พูดคุยกันถึงเรื่องประเทศในแถบเอเชียนอกเหนือจากประเทศไทยที่มองว่าการแสดงแดร็กนั้นเป็นเรื่องของ”กระเทย” — ผู้ชายที่แต่งตัวเป็นผู้หญิงเพื่อดึงดูดเพศตรงข้ามเท่านั้น

บทความที่เกี่ยวข้อง | นี่คือส่วนหนึ่งของรันเวย์และห้องถ่ายทำ ‘RuPaul’s Drag Race Thailand’

“ตอนนี้คุณไม่สามารถจะเหมารวมอะไรได้อย่างง่ายดายอีกต่อไป” Pangina Heals กล่าว “แต่คนไทยนั้นมีการยอมรับผู้หญิงแปลงเพศหรือเพศทางเลือกอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะเมื่อมีการประกวดที่โด่งดังในประเทศอย่างการประกวดมิสทิฟฟานี่” (งานประกวดสาวประเภทสองสำหรับหญิงไทยแปลงเพศที่จัดขึ้นทุกเดือนพฤษภาคม)

ผู้หญิงแปลงเพศได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้หญิงในประเทศไทย เขากล่าว “ผมถือว่าพวกเขานั้นอยู่ในประเภทเดียวกันกับเรา แต่อาจจะไม่ใช่สิ่งเดียวกัน ในภาษาไทยนั้นไม่มีคำว่าแดร็กควีนโดยเฉพาะ เราจึงเรียกพวกเราว่าแดร็กควีนตรงๆ”

Pangina Heals 01

เมื่อเราถามถึงความแตกต่างระหว่างแดร็กประเทศไทยและแดร็กประเทศอเมริกา Pangina Heals บอกว่า “ผมคิดว่าแดร็กนั้นรวมๆแล้วคือเรื่องของความคิดสร้างสรรค์ ศิลปะ และการแสดงถึงตัวตนของเรา และสิ่งที่ตามมาก็คือวัฒนธรรมและปัจเจกบุคคลเหล่านั้น”

แม้ว่าเขาจะยอมรับว่าคนไทยส่วนใหญ่นั้นจะชอบควีนที่มีบุคลิกเหมือนสาวๆ แต่เขาเสริมว่า “แต่มันไม่ได้หมายความว่าพวกเราไม่ได้ชอบควีนประเภทอื่นเลย”

ถ้าหาก Drag Race Thailand นั้นประสบความสำเร็จสักครึ่งหนึ่งของความสำเร็จในประเทศสหรัฐอเมริกา ซีรีย์ของไทยนั้นก็อาจจะกลายเป็นปรากฏการณ์ระดับโลกครั้งใหม่ แล้วอะไรคือเหตุผลที่ Pangina Heals ได้กลายมาเป็นพิธีกรในรายการนี้

“ผมต้องอมควยหลายอันเหมือนกัน” เขาตอบอย่างติดตลก (เราคิดว่าอย่างนั้นนะ)

แต่ความจริงนั้น Pangina Heals เป็นแดร็กควีนที่โด่งดังที่สุดคนหนึ่งในประเทศไทย ด้วยความสามารถและความพยายามของเขาทำให้เขาชนะรายการแข่งขันแดร็กเรียลลิตี้ ชื่อ T Battle นอกจากนั้นเขายังเข้าร่วมการแข่งขัน Thailand Dance Now และ Lip Sync Battle Thailand รายการเกมโชว์ที่ขึ้นชื่อของไทยอีกสองรายการ และเขายังจัดงานปาร์ตี้ที่บาร์ Maggie Choo’s ในกรุงเทพทุกสัปดาห์อีกด้วย

บทความที่เกี่ยวข้อง | พบกับควีนทั้ง 12 คนที่เราจะได้เห็นในซีซั่นแรกของ ‘RuPaul’s Drag Race Thailand’

ในฐานะพิธีกรร่วมรายการ Drag Race Thailand ทำให้ Pangina Heals ต้องรับบทบาทของ Michelle Visage เพื่อนคนสนิทคนหนึ่งของ RuPaul ที่ในรายการของประเทศสหรัฐอเมริกานั้นต้องรับบทเป็นกรรมการและยังมีมุขเด็ดๆอยู่ตลอดอีกด้วย (แม้ว่าเขาจะบอกว่าหน้าอกขอเขานั้นไม่ใหญ่พอที่จะเป็น Michelle Visage ได้ก็ตาม)

บทบาทของ Pangina Heals ในรายการ Drag Race Thailand นั้นจะเป็นบทบาทที่ตรงกันข้ามกับ Art Arya เขาคาดว่าความสัมพันธ์ของเขาทั้งสองคนนั้นจะดูเหมือน”พี่สาวน้องสาว”ในรายการมากกว่าที่เราได้เห็น RuPaul กับ Visage ในซีรีย์อเมริกา “แต่ก็เห็นได้ชัดว่าผมก็เป็นพวกจอมตัดสิน” เขาพูดอย่างรวดเร็ว

Pangina Heals 03

เมื่อเราถามว่าเขาได้ทำลายผู้เข้าร่วมแข่งขันไปกี่คนในระหว่างการถ่ายทำ — หรือควีนกี่คนที่ Pangina Heals ทำให้ต้องเสียน้ำตาในซีซั่นที่ 1 — เขาบอกว่าแม้ว่าเขาพยายามที่จะให้คำแนะนำเพื่อพัฒนาและไม่อยากจะพูดอะไรให้ทำร้ายจิตใจ “พวกเขาทุกคนมีแรงกดดันและรู้สึกเครียดกันอยู่แล้ว ฉะนั้นก็ไม่แปลกที่พวกเขาจะร้องไห้ออกมา แต่ผมก็ร้องไห้เหมือนกัน”

“คุณต้องเข้าใจนะ” เขาบอก “ตอนที่ Alyssa Edwards บอกว่า ‘มันไม่ใช่เรื่องของแดร็ก มันเป็นเรื่องส่วนตัว’ ผมกลับไม่เห็นด้วย เพราะสำหรับผมแล้ว แดร็กคือเรื่องส่วนตัวที่สำคัญของผม มันคือสิ่งที่คุณเป็น และบางครั้งเป็นวิธีที่คุณจะได้หนีออกจากโลกภายนอก ซึ่งในโลกของเกย์ที่การถูกตัดสินเป็นเรื่องที่พบเห็นได้ทั่วไป บางครั้งการมาเป็นแดร็กก็ทำให้เราได้กลายเป็นคนที่ดีขึ้น และเมื่อตัวคุณที่ดีขึ้นนั้นถูกโจมตี คุณก็จะย่อมรู้สึกแย่และไม่โอเคเป็นธรรมดา เพราะมันเป็นที่ที่คุณได้รู้สึกบรรเทา”

Pangina Heals นั้นไม่สามารถจะพูดถึงรายละเอียดของซีซั่นแรกใน Drag Race Thailand ได้ ฉะนั้นคำถามถึงเรื่องต่างๆที่เกิดขึ้นในการถ่ายทำนั้นคงเป็นไปไม่ได้ ผมจึงถามว่าเขาได้เรียนรู้อะไรจากการถ่ายทำบ้าง

Pangina Heals 85

“คุณไม่มีทางเข้าใจได้เลยว่าการต้องนั่งตัดสินคนที่พยายามต่อสู้เพื่ออนาคตของพวกเขา เพื่อความหวัง และเพื่อชีวิตของพวกเขานั้นเป็นความรู้สึกยังไง” เขากล่าว “มันมีบทบาทในชีวิตของพวกเขามาก และผมไม่ได้นึกมาก่อน ในช่วงแรกของการถ่ายทำนั้นผมแทบจะต้องกลั้นน้ำตาอยู่ตลอดเวลา แต่ผมก็ไม่ได้แสดงความรู้สึกออกมาเพราะมันเป็นความรู้สึกทียากที่จะอธิบาย”

บทความที่เกี่ยวข้อง | ชมการแนะนำตัวของควีนรุ่นแรกในรายการ ‘Drag Race Thailand’ บทรันเวย์ (มีวีดีโอ)

Pangina Heals คิดว่ารายการ Drag Race Thailand นั้นจะเป็นรายการที่ใช้ภาษาไทยเป็นหลัก (“หวังว่าจะมีการทำซับขึ้น” เขาพูดเสริม) และเขายังไม่สามารถที่จะบอกได้เช่นกันว่า RuPaul จะปรากฏตัวในรายการหรือไม่ แต่เมื่อเราถามว่าเขาคิดว่าคุณแม่ควีนแดร็ก หรือ “ซุเปอร์โมเดลแห่งโลกนี้” จะคิดอย่างไรกับคนที่ทำการก๊อปปี้และชม Drag Race Thailand อย่างผิดกฏหมายในต่างประเทศ เขาก็ร่วมแสดงความคิดเห็น

“ผมคิดว่าด้วยความพยายามและการทำงานหนักของทุกคนในการถ่ายทำรายการ การละเมิดลิขสิทธิ์น่าจะเป็นเรื่องต้องห้าม” เขาบอก “เราควรจะสนับสนุนศิลปินเหล่านี้”

แล้วเขาก็ยิ้มและบอกแบบเบาๆกับเราว่า จริงๆแล้วเขาก็ทำแบบนั้นบ้างเหมือนกันนะ

“เฉพาะแค่หนังโป๊นะ” เขาบอก “เฉพาะแค่หนังโป๊”

 

คอยติดตามการอัพเดทของ Drag Race Thailand ได้ที่ Hornet แห่งนี้

Read more stories by just signing up

or Download the App to read the latest stories

Already a member? Log in